หลักการรักษาฝ้า
  • ในปัจจุบันนิยมใช้ตัวยาฟอกสีผิวร่วมกับสารป้องกันแสงแดด ยาฟอกสีผิว(Whitening agents) มีหลายชนิด เช่น ไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ กรดอาเซลิก กรดโคจิก บีเอชเอ เอเอชเอ สารเหล่านี้ทำให้ฝ้าจางลงแต่เมื่อใช้ไปนาน ๆ อาจมีฤทธิ์แทรกซ้อน มีหน้าแดงจัด ถ้ายิ่งโดนแดดจะกลับหน้าดำและเกิดจุดด่างขาวและมีสิวขึ้นสารบีเอช เอหรือเอเอชเอมีฤทธิ์ทำให้เซลล์ชั้นนอกของผิวหลุดลอกออก ทำให้ สีผิวจางลง ได้ผลดีชั่วคราวเมื่อหยุดฤทธิ์ยาก็จะกลับสภาพ เดิม ทำให้ต้อง ลอกบ่อย ๆ ถ้าใช้ความเข้มข้นสูงทำให้ระคายเคืองมาก
  • สมัยหนึ่งมีผู้นิยมใช้สารคอร์ติโคสตีรอยด์ซึ่งทำให้ฝ้าจางลงได้ก็จริง แต่เมื่อใช้ไปสักพักจะมีฤทธิ์แทรกซ้อนทำให้เกิดเป็นสิว ผิวหน้าบางลงจนเห็น เส้นเลือดเป็นร่างแหอยู่ใต้ผิวและมีขนขึ้นบริเวณที่ทายา เนื่องจากฤทธิ์แทรก ซ้อนดังกล่าว ยาตัวนี้จึงไม่ควรนำมาใช้บนใบหน้า การใช้สารป้องกันแดด เป็นการช่วยป้องกันฝ้าได้มาก
    ผู้ที่เป็นฝ้าเล็กน้อยอาจใช้ยากันแดดอย่างเดียว ฝ้าจะจางลงได้ ขณะเดียวกันจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดมีฝ้าขึ้นมาใหม่ การใช้ ยาลอกฝ้าที่มีฤทธิ์รุนแรงอาจทำให้ผิวเสียได้มาก ถ้ารักษาไม่หายอาจหันมา ใช้ วิธีปกปิดรอยฝ้าด้วยเครื่องสำอาง ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาคุณภาพ จนใช้ ประโยชน์ได้ดีและไม่ทำลายผิวพรรณ 
     
  • พบปัญหาเรื่องฝ้าซึ่งเป็นปัญหาความงามที่สตรีไทยหวาดกลัวกันมาก โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนและหลังเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งคนออกไปเที่ยวและโดนแสงแดดกันมาก พบฝ้าได้มากในชาวเอเชีย สถิติของไทยพบฝ้าในหญิงมากกว่าชาย 12 เท่า พบบ่อยในช่วงวัยกลางคนอายุ 30 - 40 ปี ฝ้าเกิดจากการที่เซลล์สร้างเม็ดสีของผิวหนังถูกกระตุ้นด้วยปัจจัยต่าง ๆ คือ แสงแดด, ความร้อน, ฮอร์โมน, เครื่องสำอาง, ยากันชักบางตัว และการขาดสารอาหาร
    สำหรับตัวยาไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ที่มักเป็นข่าวว่าตรวจพบเวลาจับเครื่องสำอางปลอมนั้น ในทางการแพทย์ถือว่าเป็นยารักษาฝ้าที่ดีที่สุดที่ใช้กันมานับ 25 ปี โดยใช้ในความเข้มข้นร้อยละ 2 - 5 ใช้รักษาฝ้า, รอยดำที่เกิดจากการแพ้น้ำหอม, และรอยดำที่เกิดหลังผิวหนังอักเสบ พบการแพ้ยาตัวนี้ได้เมื่อใช้ในความเข้มข้นสูงคือร้อยละ 6 , 8, และ 10
  • ข้อแทรกซ้อนจากการใช้ยาไฮไดรควิโนนที่มีความเข้มข้นสูงเกินกำหนดได้แก่
    การเกิดฝ้าถาวร (exogenous ochronosis), การเกิดรอยกระดำกระด่าง (confetti - like depigmentation) และการเกิดตุ่มนูนที่ผิวหนัง (Colloid milium) เนื่องจากยาตัวนี้แปรสภาพได้ง่าย จึงไม่ควรเก็บยาไว้นานเกินไป ควรเก็บยาในที่มืดและเย็น โดยไม่ให้ยาโดนแสงแดด หากเนื้อยาเปลี่ยนสี แสดงว่ายาออกฤทธิ์ได้น้อยลง องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) กำหนดให้ครีมที่มีส่วนผสมของไฮโดรควิโนนที่มีความเข้มข้นร้อยละ 2 และต่ำกว่า สามารถวางขายได้โดยไม่ต้องใช้ใบสั่งแพทย์ แต่ต้องใช้ร่วมกับยากันแดด ส่วนในประเทศไทยกำหนดว่าครีมตัวนี้ทุกระดับความเข้มข้นจัดเป็นยาทั้งสิ้น เพราะเคยมีการกำหนดความเข้มข้นของสารเคมีตัวนี้มาแล้ว แต่บริษัทเครื่องสำอางมักไม่ปฏิบัติตาม โดยมักผสมให้มีความเข้มข้นสูงเกินกำหนดเพื่อหวังผลทันตาเห็น โดยไม่คำนึงถึงผลแทรกซ้อน การรักษาฝ้าที่ได้ผลและปลอดภัย จึงต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผิวหนังเท่านั้น
  • ปัจจุบันยังไม่มีวิธีการใด ๆ ที่จะรักษาฝ้าให้หายขาดโดยไม่ขึ้นใหม่อีกได้ จึงไม่ควรหลงเชื่อคำโฆษณาที่ว่ามีเทคนิครักษาฝ้าแบบต่าง ๆ เพื่อให้ฝ้าหายขาด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยารับประทาน เลเซอร์ ไอออนโต โฟโน ฝังเข็ม เครื่องสำอาง ยา และสมุนไพรต่าง ๆ ผู้บริโภคต้องเข้าใจว่าวิธีการต่าง ๆ เพียงแค่ช่วยทำให้ฝ้าจางลงหรือหายไปชั่วคราวเท่านั้น จึงต้องเลือกวิธีที่เหมาะสมทั้งในด้านเวลาและค่าใช้จ่าย

www.ladymarkets.com

 

edit @ 11 Oct 2008 12:54:55 by ladymarkets

เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย

ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก